(Tokyo) Mori Art Museum

cover_mori

(Tokyo) Mori Art Museum

 

 

Address : Roppongi Hills

 

52F :

Tokyo City View

53F :

Mori Art Museum

Mori Art Museum Shop

 

Open hours :

Monday, Wednesday – Sunday

10:00-22:00 (Last Admission: 21:30)

Tuesdays

10:00-17:00 (Last Admission: 16:30)

 

Website : http://www.mori.art.museum/en/index.html

 

Tickets cost :

Tickets to Tokyo City View Observation Deck and Mori Art Museum

Adult  1,800 yen

University / High school student  1,200 yen

Child (Age 4 up to Junior high school student) 600 yen

Senior (Ages 65 & over) 1,500 yen

more ticket informations : http://www.mori.art.museum/en/info/index.html

 

Mori-7283

 

เราว่าสายมิวเซียมต้องรู้จักที่นี่เป็นอย่างดี เพราะนางมีชื่อเสียง และควรค่าแก่การมาเยือนมาก

คุ้มค่าบัตรห้าร้อยกว่าบาทแน่นอน (1800 yen)

บัตรค่าเข้าจะมีหลายแบบนะ ทั้งแบบเข้ามิวเซียมอย่างเดียว

หรือจะเข้าทั้งมิวเซียมและดู Tokyo city view ที่ชั้น 52 ด้วยก็จะอีกราคานึง

ราคาต่างกันไม่เยอะ ด้วยพื้นฐานเป็นคนงกเลยซื้อแบบดูวิวด้วยและเข้ามิวเซียมด้วยไปเลย คุ้มค่า!

อ้อ มี add-ons เพิ่มได้ ถ้าอยากขึ้นไปดูวิวที่ชั้นดาดฟ้าของตึก แบบไม่มีกระจกกั้น ก็เพิ่มเงินอีก 500 yen เท่านั้น

แต่เราไม่ได้ขึ้นไปนะ (อ้าว) คือตอนนั้นไม่ได้สนใจ อยากเข้าแต่มิวเซียม

 

 

Mori-7264

 

Mori-7269

 

ชั้น 52 ที่เป็นชั้นสำหรับดูวิวเมืองโตเกียว ที่มองเห็นได้เกือบ 360 องศา (ถ้าขึ้นไปดาดฟ้าน่าจะเห็นแบบ 360 องศาเลย)

วันไหนถ้าท้องฟ้าเป็นใจ ก็จะเห็นทะลุไปหลายเขตของโตเกียวเลย

เดินเพลินๆ แปปเดียวก็ครบรอบนึงละ แต่เดินให้พอก่อนจะเดินออกมานะ เพราะออกมาแล้วเข้าไปอีกรอบไม่ได้นะเหวย

 

Mori-7275

 

Mori-7268

 

และเป็นปกติของสถานที่ท่องเที่ยว ที่ปลายทางจะถูกดักด้วย shop ขายของที่ระลึก

นี่ก็โดนมาจ้า mt เอย โปสการ์ดเอย ไม่รอด (ก็โดนทุกร้านอะ)

 

Mori-7276

 

Mori-7277

 

 

ขึ้นบันไดเลื่อนมาต่อที่ชั้น 53 ที่เป็นพื้นที่ของมิวเซียมทั้งหมด

แนะนำว่าก่อนไปให้เข้าเว็บไซต์ของมิวเซียม http://www.mori.art.museum/en/index.html

เพื่อเช็คว่าตอนนี้มี exhibition อะไรที่น่าสนใจบ้าง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเลือก

 

Mori-7291

 

ตอนเราไป เราเช็คแล้วว่า main exhibition ของช่วงนั้นคือ N. S. Harsha: Charming Journey

เป็นการแสดงผลงานของศิลปินชาวอินเดีย

ซึ่งผลงานของเขาทุกชิ้นมัน Charming เหมือนชื่อเลย

 

Mori-7292

Mori-7328

 

ใน artwork ทุกๆชิ้นสะท้อนให้เห็นถึงสังคมอินเดียในมุมมองของศิลปิน

ที่บอกเล่าวัฒนธรรม ความเชื่อ การเมืองและความเป็นอยู่ของคนอินเดีย ตั้งแต่เด็กจนโต

ซึ่งทำได้น่าสนใจมากๆ และสนุกมากๆ ผ่านศิลปะแบบ contemporary ที่เขาถนัด

 

Mori-7293

 

Mori-7295

 

Mori-7298

 

เราจะชอบงานเขาลักษณะที่เป็นการทำซ้ำๆ จนกลายเป็น pattern ที่น่าสนใจ

เหมือนกับชีวิตมนุษย์ที่มักทำอะไรซ้ำๆตั้งแต่เกิดจนตาย

 

Mori-7311

 

Mori-7307

exhibition นี้มีหลายห้องมาก แต่ละห้องนำเสนอต่างกัน น่าสนใจคนละแบบ แต่ดีหมดเลย

โดยเฉพาะห้อง Sky Gazers ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการที่ศิลปินไปนั่งมองดาวบนหลังคากับเด็กๆ ทำให้เกิด artwork เท่ๆนี้ขึ้นมา ซึ่งด้านล่างจะเป็นภาพวาดคนจำนวนมากกำลังแหงนมองอะไรสักอย่างด้านบน

และด้านบนเพดานเป็นกระจกบานใหญ่ ที่สะท้อนเห็นทุกอย่าง

ถ้าช่วงก่อนหน้านี้ใครเข้าไปดู location Mori Art Museum ใน instagram ก็คงเห็นรูปที่เป็นภาพสะท้อนแบบนี้เพียบ

 

 

 

Mori-7329

และชิ้นงานที่เป็นไฮไลท์ และมีขนาดใหญ่ที่สุดจากภาพทั้งหมด น่าจะเป็นชิ้นนี้

เราใช้เวลาอยู่ในมิวเซียมเพื่อดูงานนี้ ประมาณสอง-สามชั่วโมงได้

 

Mori-7330

 

Mori-7331

 

Mori-7332

 

Mori-7334

 

Mori-7335

 

และแน่นอนปลายทางที่ถูกดักตีหัวด้วย shop ของมิวเซียม นี่ตายไปเลย

เหมือนโดนป้ายยา หยิบทั้งสมุดทั้งกระเป๋าผ้ามาจ่ายตังแบบไม่มีสติ เจ็บตัวกันไป

 

 

 

 

Mori-7340

ถัดออกมาจากห้อง exhibition ใหญ่ ก็ยังมีห้องเล็กๆ ที่มีผลงานเล็กๆ ของศิลปินคนอื่นจัดแสดงไว้ด้วย

MAM Project 023: Agatha Gothe-Snape

เป็นผลงานของ Agatha Gothe-Snape ศิลปินชาว Sydney ที่โชว์ผลงานในโปรเจค Oh Window

 

Mori-7341

 

คือเป็นการสร้างหน้าต่างปลอมขึ้นมาในพื้นที่ห้องจัดแสดงงานที่ไม่มีหน้าต่างเลยสักบาน

แต่สร้างเป็นจอทีวีที่ฉายงาน artwork ที่ลักษณะ “คล้าย” กับหน้าต่าง

ด้วยคอนเซปว่า / an edge of two sites of the “art” inside an art museum and the “life” outside /

 

Mori-7344

 

เห็นมะ ที่นี่มีแต่งานเก๋ๆ เจ๋งๆ

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ก็ยังดักกันด้วย shop ใหญ่ของมิวเซียม

ขายกันเข้าไปค่ะ ขายให้ตายไปเลย

แล้วถามว่าโดนอีกไหม ตอบเลยว่าไม่! 

ไม่รอด!

ไปเถอะ ที่นี่มันดีจริงๆ

ไปแบบไม่ต้องเสียสติซื้อของเยอะแบบเราก็ได้

ไปดิรอไร

 

 

 

 

Mori-7336

 

HOW TO GO

 

By Train

0-minute walk from Tokyo Metro Hibiya Line “Roppongi Station” Exit 1C

(direct access to Roppongi Hills through concourse)

4-minute walk from Toei Subway Oedo Line “Roppongi Station” Exit 3

5-minute walk from Toei Subway Oedo Line “Azabu-juban Station” Exit 7

8-minute walk from Tokyo Metro Namboku Line “Azabu-juban Station” Exit 4

10-minute walk from Tokyo Metro Chiyoda Line “Nogizaka Station” Exit 5

Advertisements

(Tokyo) essence cafe : flower / cafe / gallery

cover_essencecafe_opt2

(Tokyo) essence cafe

flower / cafe / gallery

 

 

open hours : 8: 00-22: 00

address : Yubinbango150-0011 Shibuya-ku, Tokyo Higashi 3-25-7

EiHajime building 1F / B1F

website : https://essence-cafe.jp/

 

 

essencecafe-7371

essencecafe-7367

 

เป็นร้านคาเฟ่ที่แตกไลน์ออกมาจากร้าน essence 87 เป็นร้านขายดอกไม้ชื่อดังในย่านนี้

ทำให้บรรยากาศของร้านเหมือนนั่งดื่มกาแฟอยู่สวนดอกไม้เล็กๆ ดูสดชื่นขึ้นมาซะงั้น

แต่ในร้านก็ยังมีบริการจัดช่อดอกไม้นะ แบ่งไว้เป็นโซนเล็กๆ ด้านในร้าน

 

essencecafe-7355

essencecafe-7359

essencecafe-7373

 

ร้านมีสองชั้น คือ 1F และ BF (เป็นชั้นใต้ดินด้านล่าง) ซึ่งไฮไลท์อยู่ตรงทางเดินลงชั้นใต้ดินนี่แหละ

ที่ผนังทั้งแถบปกคลุมไปด้วยดอกไม้ น่าเสียดายที่ตรงทางเดินมืดไปหน่อย

แต่สำหรับใครที่มีเลนส์ F ต่ำๆ เราว่าดันแสงได้อยู่นะ น่าไปเมคโปรไฟล์พิคอีกแล้วร้านนี้

 

essencecafe-7366

essencecafe-7364

essencecafe-7365

 

กาแฟที่เราสั่งเป็น float ที่เคลือบด้วยคาราเมลกรอบๆ top ลงบนอเมริกาโน่อีกที (จำชื่อเมนูไม่ได้)

อร่อยมากกกกกก เราชอบมาก กินเพลินๆเคี้ยวกรุบๆ เป็นกาแฟไม่กี่ร้านในญี่ปุ่นที่รู้สึกว่า เออ อร่อย

 

essencecafe-7358

 

ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศจิบกาแฟในสวนกลางเมือง ร้านนี้ก็เป็นอีกตัวเล็กที่ดีเลย

ปล. ที่ร้านที่ปลั๊กให้ชาร์จแบทด้วย

 

#ไปดิรอไร #gothere

 

 

essencecafe-7372

How to go

รถไฟฟ้าใต้ดินสาย Hibiya line สถานี Ebisu ออกประตู 2 จะใกล้ที่สุด

แล้วเดินตาม map ไปได้เลยค่ะ เดินตรงไปเรื่อยๆ แค่แปปเดียวก็เจอแล้ว

google maps

https://goo.gl/maps/K97qmQcXGCs

(Tokyo) Koiwa Shobu en Matsuri

koiwa_cover

(Tokyo) Kkoiwa Shobu en Matsuri

 

Location : koiwa shobu en

Dates : 3 June – 18 June 2017

Admission fee : Free

 

 

koiwa-2271

koiwa-2210

 

หน้าร้อนกับดอกไม้สีสวยน่าจะเป็นของคู่กันแบบแยกไม่ออก

ช่วงนี้ที่ญี่ปุ่นดอกไอริสกำลังบานสะพรั่ง ใครที่ชอบหอบเสื่อหอบผ้าไปปูพื้นปิคนิกขอให้อย่าพลาด

เตรียมม้วนเสื่อกับคว้าตะกร้าปิคนิกรีบไปกันเลย เพราะถ้าช้าดอกไม้ก็ไม่บานรอนะคะซิส

นี่เลยรีบแทรกคิวแอบมาบอกก่อน กลัวจะพลาดกัน

 

koiwa-2223

koiwa-2256

koiwa-2262

 

/

 

Hey guys, Now is SUMMER time in Japan.

There are so many beautiful flowers bloom now, not just a cherry blossom.

it’s time for Iris!

 

like you know, flowers have a very short lifetime. (I mean when it’s blooming)

This Event is on a short period, from 3rd June to 18 June

so if you like to enjoy this thing, HURRY UP!

 

koiwa-2267

koiwa-2275

koiwa-2322

 

ที่งานมีพ่อแม่ลูกชาวญี่ปุ่นมาปูเสื่อปิกนิกกันเต็มพื้นที่ 

ห้องน้ำก็มีอำนวยความสะดวกแบบว่าทั่วถึง ในงานยังมีของกินมาขายเพียบ

ไม่ว่าจะเป็นยากิโซบะในราคาเพียงสองร้อยเยนเท่านั้น 

หรือขนมปังอบเสร็จใหม่ๆหอมกรุ่นก็เริ่มต้นเพียงหนึ่งร้อยเยน 

แต่อากาศแบบนี้แนะนำให้ดื่ม lemonade (ramune) สดชื่นซ่าๆ 

 

koiwa-2336

 

นอกจะได้เก็บภาพบรรยากาศดีดีของต้นดอกไอริสที่กำลังบาน

ข้างๆสวนยังเป็นสนามเบสบอลให้เราไปส่องเด็กหนุ่มญี่ปุ่นกันอีกด้วย

ดูดอกไอริสเสร็จ ก็ต่อด้วยการมาเดินเล่นเลียบแม่น้ำ edo สู้อากาศดีๆกัน

 

koiwa-2458

koiwa-2432

koiwa-2465

koiwa-2468

 

หรือถ้าจะให้ชิลกว่านั้น ก็สะบัดเสื่อปูนอนบนพื้นหญ้ารับลมรับแดดกันก็ได้

เพราะที่ญี่ปุ่นตอนนี้อากาศดีสุดๆ  ถึงแดดจะแรงแต่ลมเย็นมากๆ

รีบไปกันให้ไวก่อนดอกไม้จะโรย เมคโปรไฟล์พิคกันทั้งวันก็ยังได้   

#ไปดิรอไร

 

koiwa-2472

 

 

 

koiwa-2456

 

HOW TO GO

สถานี edogawa สาย keisei line หรือ koiwa สาย chuo-sobu line

ออกประตูทิศใต้ มีรถบัสสาย72 รับส่งถึงงาน(เฉพาะเสาร์และอาทิตย์) รถออกทุกครึ่งชั่วโมง

/

Edogawa Station (Keisei line) or Koiwa Station (Chuo-Sobu line)

go to south exit and take a bus no.72  to the event (just for weekend)

a bus is going to depart from station every 30 mins

 

 

(Tokyo) SIDEWALK STAND

Cover_Sidewalkstand_Opt2

(Tokyo) sidewalk stand

ร้านกาแฟมุมตึกสุดฮิปในย่านนากาเมกุโระ

open hours : everyday / 09.00-21.00 น.

address : 1-23-14 AOBADAI, MEGURO WARD TOKYO 153-0042, JAPAN

website : http://sidewalk.jp

 

 

Sidewalkstand-7450

Sidewalkstand-7454

Sidewalkstand-7459

เป็นร้านชื่อดังของย่านนี้เลยล่ะ เราว่าใครที่เคยไปเดินเล่นที่นากาเมกุโระ น่าจะต้องเคยเห็นร้านนี้

เพราะ location ดีมากๆ อยู่หัวมุมตึกที่ติดถนนเลียบคลอง

ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านที่โดดเด่น ทำให้สังเกตเห็นได้ง่ายมากๆ

Sidewalkstand-7486

Sidewalkstand-7477

Sidewalkstand-7480

ร้านนี้จะเน้นการ take away เพราะพื้นที่ของร้านจะไม่กว้างมากตามสไตล์ญี่ปุ่น

ด้านล่างจะมีที่นั่งด้านนอกเล็กๆ แบบ outdoor นั่งได้ประมาณ 2-3 คน

Sidewalkstand-7481

Sidewalkstand-7485

ส่วนที่นั่งด้านบน จุคนได้เต็มที่ก็ประมาณ 10 คน โดยที่ด้านบนจะมีที่นั่งติดหน้าต่างที่ชิลมาก

ด้านหนึ่งจะหันออกถนนฝั่งที่เดินมาจากถนนใหญ่ ส่วนอีกฝั่งจะเป็นด้านที่มองเห็นคลอง

จินตนาการว่าถ้าได้มานั่งจิบกาแฟในช่วงซากุระฟูลบลูมนี่ต้องสวยมากๆ แน่นอน โอ้ยดี

Sidewalkstand-7519

Sidewalkstand-7520

ถ้าใครมากับเพื่อนที่ไม่ดื่มกาแฟ ก็มีเครื่องดื่มอย่างอื่นให้ได้เลือกกิน

เราเลือกดื่ม BITTER ORANGE AMERICANO เพราะเห็นว่าเป็น recommend menu

และแอบเห็นข้อความที่เขียนอธิบายว่าเป็น HOMEMADE ORANGE SYRUP เลยอยากลอง

กาแฟกับส้มนี่ก็เข้ากันได้อย่างน่าประหลาด

Sidewalkstand-7484

ส่วนเพื่อนเราเลือกดื่ม KIMINO YUZU เป็นน้ำส้มยูสุ sparkling ซ่าๆ สวยๆ ใสๆ

Sidewalkstand-7482

เราขึ้นไปนั่งบนชั้นสองด้านริมหน้าต่างฝั่งถนน มองคนเดินไปเดินมา

ช่วงที่ไปอากาศเริ่มร้อนขึ้น เพราะก็ใกล้เข้าสู่หน้าร้อนของญี่ปุ่นแล้ว

คนที่เดินไปเดินมาก็แต่งตัวสีสันสดใสมากขึ้นกว่าปกติ เพลินดี

จริงๆ แนะนำให้ไปช่วงที่ซากุระบาน บรรยากาศจะดีมากไปอีกสิบเท่า

แต่คนอาจจะเยอะหน่อย ต้องมีการตบตีแย่งชิงที่นั่งกันบ้าง

ถ้าได้ไปแถวนากาเมกุโระ ก็อย่าลืมไปแวะร้านนี้นะฮะ

ของเขาดีจริงๆ : )

#ไปดิรอไร

#gothere

 

 

Sidewalkstand-7488

 

HOW TO GO

รถไฟฟ้าสถานี Nakameguro แล้วเดินเลียบคลอง meguro มาเรื่อยๆ ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือ

จริงๆ ออกมาจากสถานีแล้วเปิด map เดินตาม map ได้เลยค่ะ ไม่ไกลจากสถานี

google maps : https://goo.gl/maps/h7zRfW2zX6T2

 

(Tokyo) RACINES Farm to Park | ラシーヌ ファーム トゥー パーク

Racine_cover_opt03

(Tokyo) RACINES Farm to Park

ラシーヌ ファーム トゥー パーク

open hours : 8.00 – 22.00 น.

Address : 南池袋2-21-1 豊島区南池袋公園内

Toshima, Tokyo, Tokyo 171-0022

Facebook : https://www.facebook.com/racines.park/

Racine-7201

Racine-7204

Racine-7208

Racine เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มสำหรับสายชิลอย่างแท้จริง

ด้วยโลเคชั่นที่ดีมากๆ ที่ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะเล็กๆ กลางย่านฮอตของคนไทยอย่าง Ikebukuro

ห่างจากสถานี JR แค่ไม่กี่ร้อยเมตร

Racine-7211

Racine-7214

Racine-7215

Racine-7219

พื้นที่สีเขียวของสวนช่วยส่งเสริมบรรยากาศของร้านในน่ารักขึ้นไปอีก

ตัวร้านเองก็ตกแต่งสไตล์ japanese loft ทำให้ดูสบายตาและผ่อนคลาย

Racine-7221

Racine-7222

Racine-7225

Racine-7227

Racine-7220

Racine-7235

ด้านบน ชั้นสองของร้านจะเป็นกึ่งห้องสมุด กึ่งโต๊ะอาหารที่สามารถหยิบหนังสือมาอ่านได้ระหว่างทานกาแฟ

Racine-7231

Racine-7236

Racine-7239

Racine-7238

เราสามารถสั่งเครื่องดื่มและอาหารจากในร้าน แล้วเอามานั่งกินบนพื้นหญ้าหน้าร้านได้

ทั้งคู่รัก กลุ่มเพื่อน และครอบครัว บางคนก็เอาเสื่อมาปู นั่งปิกนิกกันอย่างสนุกสนาน

ยิ่งช่วงเย็นๆ ในวันหยุดที่แดดร่มลมตก พื้นที่สนามหญ้าหน้าร้านจะเต็มไปด้วยผู้คน

Racine-7253

Racine-7255

Racine-7256

Racine-7259

ใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วพักอยู่ในย่าน Ikebukuro แนะนำให้พกเสื่อไปปูนอนเล่นสักชั่วโมง-สองชั่วโมง

ให้รู้ว่าเที่ยวญี่ปุ่นก็เที่ยวแบบช้าๆได้นะ นั่งพักจิบเครื่องดื่มสวยๆ บนพื้นหญ้าก็น่าสนใจไม่น้อย

Racine-7242

Racine-7244

Racine-7248

ไปดิรอไร : )

 

Racine-7249

 

 

HOW TO GO

 

สถานี Ikebukuro ทางออก Seibu Exit

ออกมาจากทางออกให้เลี้ยวขวา แล้วข้ามทางม้าลายที่ 2 ที่เจอ

แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอสวน minami-ikebukuro park

google maps : https://goo.gl/maps/qg1JPSopGhM2

 

 

(Tokyo) Laitier

00laitier_cover

(Tokyo) Laitier

open hours : 11: 00 ~ 19: 30

close : ปิดทุกวันอังคาร

address : Sendagaya 1-22-7 1F, Shibuya-ku, Tokyo

facebook page : https://www.facebook.com/laitier.softcream/

google maps : https://goo.gl/maps/6rRoJXR78ZM2

ไถๆไอจีอยู่ดีๆก็เกิดกิเลสขึ้นมาซะเฉยๆ เพราะมีคนเช็คอินที่ร้านซอฟท์ครีมร้านนี้เยอะมาก

เลื่อนดูเห็นแต่ภาพของซอฟท์ครีมที่ใส่ในวาฟเฟิลโคนถ่ายคู่กับหน้าร้านสีฟ้าสดใส เหมือนโดนสะกดจิตให้ไปลองกระแทกปากซักครั้ง (กระแทกกับซอฟท์ครีมนะคะ ไม่ใช่ประตูร้าน เดี๋ยวฟันบิ่น)

แต่งตัวออกจากบ้านทันที อยากกินต้องได้กิน

ไปดิ รอไร!

01laitier-1359

02laitier-1356

03laitier-1357

 

04laitier-1306

 

เมื่อเข้าไปด้านในเราจะพบกับความเล็กจิ๋วสมกับเป็นญี่ปุ่นขนานแท้ ที่นั่งในร้านมีเพียงประมาณ 8 ที่นั่ง

เป็นที่นั่งแบบบาร์ที่หันหน้าเข้ากำแพงซะส่วนใหญ่ และทั้งร้านมีเพียงแค่โต๊ะเดียวซึ่งนั่งได้แค่สองคน

เรียกได้ว่าใครดีใครได้ มาก่อนนั่งก่อนเว้ย อ่อนแอก็แพ้ไป

05laitier-1345

06laitier_combine

ที่เค้าเตอร์เราจะพบกับตู้แช่เย็นและด้านข้างจะเป็นชั้นวางขายขนม ถ้ามองขึ้นด้านบนก็จะพบกับเมนูซอฟครีม (ภาษาญี่ปุ่น)

ส่วนด้านหน้าเราก็จะเป็นเจ้าของร้านท่าทางเป็นคุณน้าใจดีคอยบริการเราและทำซอฟครีมด้วยตัวเองทุกออเดอร์

มีน้องผู้หญิงท่าทางจะมาทำไบท์ คอยรับออเดอร์และให้คำแนะนำในการเลือกทานซอฟครีม

ว่าคุณลูกค้าชอบแบบไหน ควรทานอะไร ผสมกันสิบอย่างก็ได้ (ความโลภ)

09laitier-1354

07laitier-1335

08laitier-1341

เมนูเด็ดในร้านก็จะเป็นซอฟครีมซึ่งมีก็มีหลากหลายท้อปปิ้งให้เลือก

มีเมนูพิเศษแต่ละช่วงด้วย ซึ่งตอนนี้ก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก สตรอเบอร์รี่ นั่นเอง

แต่เราไม่กินเว้ย (อ้าว) เพราะตอนนี้มันเป็นหน้าสตอเบอรี่ มองไปทางไหนก็เจอแต่สตอเบอรี่

เลยลดความเอียนด้วยการสั่ง พรีเมี่ยม ดับเบิ้ล ช็อกโกแลต ซอฟครีม มากิน

ซึ่งความพิเศษที่มาพร้อมกับความยาวของชื่อเมนู ก็คือการรวมเอาสองเมนูในร้านมารวมกับกลายเป็นเมนูใหม่ขึ้นมา

บู้ม กลายเป็นโกโก้ครันช์

11laitier-1327

ตัวอักษร W ในชื่อเมนูก็คือการรวมเอาสองเมนูมารวมกับนั่นเอง

นมที่เอามาทำซอฟท์ครีมมาจากฟาร์มของเจ้าของเองเลย มีนามะช็อค และ ช็อกบอล(เม็ดเล็กๆ) เป็นท้อปปิ้ง

โรยด้วยเปลือกส้มตัดความหวานของซอฟครีมได้ดีเชียวแหละแก

ความขมนิดๆของดาร์คของช็อคโกแลต ผสมผสานกับความหวานของซอฟครีม ชื่นใจมาก

เอาอยู่แม้ในวันหนาวๆ ของเดือนสองที่โตเกียวแห่งนี้

หนามยอกเอาหนามบ่งฉันใด อากาศหนาวมากก็เอาซอฟท์ครีมยัดลงท้องไปฉันนั้น!

 

10laitier-1314

ที่ร้านนี้เวลาเสิร์ฟจะมาพร้อมขาตั้ง  (ซอฟต์ครีมหรือมอเตอร์ไซค์ มีขาตั้งเป็นของตัวเอง)

ขาตั้งในที่นี้คือใช้ตั้งวาฟเฟิลโคน

ลูกค้าส่วนใหญ่เมื่อได้ซอฟครีมมาทุกคนจะรีบวิ่งออกไปหน้าร้านแล้วยกโคนแชะกับหน้าร้านสีฟ้าสดใส

(นั่นแหละค่ะ เต็ม instagram ไปหมด)

 

12laitier-1334

 

เจ้าของร้านดูจะไม่ค่อยตกใจกับพฤติกรรมที่ลูกค้าวิ่งเข้าวิ่งออกร้านเท่าไหร่

คงกลายเป็นความเคยชินที่เป็นกิมมิกของร้านนี้ไปแล้ว

จ่ายเงินมาก่อน แล้ววิ่งเข้าวิ่งออกกี่รอบก็ไม่ว่า

 

13laitier_howtogo

 

/ how to go /

รถไฟฟ้า Chuo line / Chuo sobu line

ลงสถานี sendagaya station มีทางออกเดียว

จากสถานี sendagaya station เดินไปเพียงแค่ 450 เมตรเท่านั้น

เราก็จะเห็นร้านขายซอฟครีมสีฟ้าเด่นเป็นสง่าอยู่ที่หัวมุมสามแยก

หน้าร้านมีรูปปั้นซอฟครีมตั้งวางไว้ข้างประตูทางเข้า

google maps : https://goo.gl/maps/6rRoJXR78ZM2

#gothere

 

(Tokyo) Commune 246

cover_commune246

(Tokyo) Commune 246

Opening Hours: 11:00 am – 10:00 pm (11 โมง – 4 ทุ่ม)

location : 3-13 Minami-Aoyama, Minato, Tokyo

google maps : https://goo.gl/maps/kKsBBLAgSSm

website : http://commune246.com/

×

/ eating & food cart /

พื้นที่สร้างสรรค์เล็กๆ ใน Minami Aoyama

000010

×

commune 246 เรียกกันแบบไทยๆว่าศูนย์อาหาร

เพราะที่นี่เป็นศูนย์รวม food cart ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองไว้มากมายหลายร้าน

มีอาหารหลากหลายแบบ ตั้งแต่ระดับกินแก้หิว หรือจะกินเอาอิ่มเลยก็ได้

อ้อ มีอาหารมังสวิรัติเป็นทางเลือกให้ด้วยนะคะ

แถมยังมีเครื่องดื่มเยอะมาก จะเป็นแบบเบาๆน้ำผลไม้ผสมโซดาสวยๆ หรือจะเป็นคราฟท์เบียร์รสนุ่มก็มีหมด

ร้านแต่ละร้านจะมีการตกแต่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มีความ unique ไม่ซ้ำแบบกันเลย

และด้านในของพื้นที่จะมีเต๊นท์ที่คลุมด้วยพลาสติก ทำเป็นที่นั่ง indoor ให้นั่งทานกันแบบไม่สะท้านลมหนาว

ใครที่ไม่ชอบนั่งตากอากาศหนาวๆ ก็หลบไปนั่งด้านในได้นะ

ตอนเราไปนี่เรานั่งด้านนอก อากาศค่อนข้างเย็นสบาย จะมีสะดุ้งบ้างตอนลมพัด

ต้องรีบไปซื้ออะไรอุ่นๆมากินแก้หนาว พอร่างกายปรับตัวได้ ก็เม้ามอยกับเพื่อนเพลินจนลืมเวลา

บรรยากาศดีมากๆ ถ้ามีดนตรีสดอีกสักหน่อยนี่เฟอร์เฟ็คเลย

×

000011_crop

000009_crop

ทางเจ้าของพื้นที่บอกว่า จะยินดีมาก หากพื้นที่นี้จะกลายเป็นจุดนัดพบของความคิดดีๆ

หรือทำให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ๆ ประมาณว่าอยากให้มันเป็นพื้นที่รวมตัวของคนเจ๋งๆ นั่นแหละ

เราว่าแค่มี food cart แนวคิดดีๆ กับอาหารอร่อยๆ ที่นี่ก็เจ๋งแล้วนะ

แล้วที่นี่ก็เป็นที่จัด event ด้วยนะ สามารถติดตามข่าวสารและพวกข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์เลยค่ะ http://commune246.com

×

tokyosaihang-5715

เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับคนที่ไม่เร่งรีบ เป็นวันว่างๆที่แพลนไม่แน่น

มานั่งละเลียดจิบเบียร์ชิมบรรยากาศ ในวันที่อากาศดีๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีอันหนึ่งเลย

×

howtogo_commune246

/ how to go /

นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่ Omotesando Subway Station

ออกประตู A4 ขึ้นมาที่สี่แยก Omotesando / Aoyama-dori

แล้วเลี้ยวขวา เดินมาเรื่อยๆจะเจอซอยเล็กๆด้านขวามือ เป็นทางเข้าของเวิ้ง Commune 246 นั่นเอง

จริงๆ วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับคนขี้เกียจและขี้หลงอย่างเราคือ

เปิด google map หลังจากขึ้นมาจาก subway ค่ะ 5555555

google maps : https://goo.gl/maps/kKsBBLAgSSm

×

(Tokyo) Cafe 1894

01_cafe1894-1168_cover

 

Cafe’ 1894

open :  ทุกวัน 11:00〜23:00

จะมีบางวันที่ปิดเร็วกว่าปกติในแต่ละเดือน สามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ของร้านเลยค่ะ

http://mimt.jp/english/cafe1894/#/hours

located : 2-6-1 Marunouchi,Chiyoda-ku,Tokyo Marunouchi Brick Square(Park Bldg.)

×

02_cafe1894-1151

ร้านนี้ได้รับการแนะนำจากเพื่อนชาวญี่ปุ่นมาอีกที เป็นคาเฟ่ที่แฝงตัวอยู่ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะชื่อดังอย่าง Mitsubishi Ichigokan (ถ้าใครสนใจสามารถเข้าไปเช็ค exhibition งานศิลปะได้ในเว็บไซต์เลยค่า http://mimt.jp/english/)

03_cafe1894-1175

05_cafe1894-1071

ที่ตั้งของร้านแต่ก่อนเป็นธนาคารเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1894 (เป็นที่มาของชื่อร้านนั่นเอง)

เราเลยจะเห็นกรอบหน้าต่างเล็กๆ ที่จะใช้กั้นระหว่างเจ้าหน้าที่ธนาคารและผู้ใช้บริการในธนาคารสมัยก่อน กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของตกแต่งร้านที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงลักษณะสถาปัตยกรรมภายในที่มีเพดานสูงและโคมไฟโบราณ ก็ส่งเสริมให้บรรยากาศดูหรูหราอลังการเข้าไปอีกสิบระดับ

ลองเงยหน้ามองขึ้นไปบนเพดานสิ งานดีเว่อ

06_cafe1894-1074

07_cafe1894-1075

08_cafe1894-1076

ไม่ใช่แค่งานตกแต่งร้านที่เนี๊ยบนิ้ง อาหารและขนมก็เช่นกัน รู้สึกได้ถึงความพิถีพิถันของกระบวนการทำ

มารยาทและการบริการของบริกรก็ดีระดับห้าดาว ดูเป็นร้านผู้ดี๊ผู้ดี ที่ทำให้ชนชั้นกลางอย่างเราตัวเกร็งไปอีก

13_cafe1894-1125

14_cafe1894-1144

×

10_cafe1894-1110

11_cafe1894-1116

12_cafe1894-1119

ขนมที่ทานวันนี้ เป็น recommend menu ในช่วง tea time ค่ะ

น้องคนนี้คือ fraisier cake นั่นเอง

เดิมทีที่ฝรั่งเศสเรียกเค้กที่ใช้สตรอเบอรี่ว่า fraisier cake

ทางร้านก็ได้เอาเค้กสไตล์ฝรั่งเศสนี้มาดัดแปลงให้แปลกใหม่โดยทำเป็นช็อตเค้กทรงกลม

โดยภายในมีทั้งมูสสตอเบอรี่และ bavarois (ลักษณะเป็นครีมเจลาตินเย็นๆ)

อธิบายไม่ค่อยถูก แนะนำให้ไปลองชิมเองนะ

ต้องรีบกินแล้วแหละ นางละลายได้

×

16_cafe1894-1170

ส่วนใหญ่คนจะนิยมไปเดิน Mitsubishi Ichigokan museum ก่อน

แล้วแวะมาทานอาหารกลางวันหรือขนมที่นี่ต่อ

โดย lunch time จะเป็นช่วง 11.00 – 14.00 น.

Tea time จะเป็นช่วงต่อจาก lunch คือ 14.00-17.00 น. (จะมีขนมและเครื่องดื่มเป็นหลัก)

ส่วน dinner จะเป็นช่วงตั้งแต่ 17.00 – 23.00 น. ค่า

15_cafe1894-1147

17_cafe1894-1162

×

18_cafe1894-1161_howtogo

HOW TO GO

เดินทางโดยรถไฟฟ้าสาย Keihintohoku line / Yamanote line / Yurakucho line

ลงสถานี Yurakucho station ออกประตู kyobashi

google map : 8Q7XMQH7+98 (เอา code นี้แปะลงไปในช่อง search ของ google map ได้เลยค่ะ)

(Tokyo) Rooftop Tokyu Plaza (Omote-sando)

tokyuplaza_cover

Rooftop Tokyu Plaza

location : Tokyu Plaza (Omote-sando)

open : 11 pm – 9 pm (แต่สตาร์บัคด้านบนจะเปิดตั้งแต่ 8.30 am – 11 pm)

×

รอบนี้มาเดินเล่นกันในสถานที่แบบ outdoor กันบ้าง

ที่ชั้นบนสุดของห้าง Tokyu Plaza จะมีพื้นที่เล็กๆให้เราได้ hang out

ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมของเหล่าคู่รักในการออกเดท และยังถูกใช้เป็นฉากหลังในซีรีย์ญี่ปุ่นมากมายหลายต่อหลายเรื่อง เช่น 5 ji kara 9-ji made : Watashi ni Koi Shita Obōsan

ที่สำคัญช่วงนี้กำลังมี event illumination บนชั้นดาดฟ้าพอดี ซึ่งจะจัดไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์

tokyuplaza-1185

tokyuplaza-1187

tokyuplaza-1203

tokyuplaza-1224

tokyuplaza-1259

อ้อ ด้านบนจะมีร้านกาแฟสตาร์บัคให้ได้นั่งชิล จิบกาแฟไป ดูไฟสวยๆไปด้วย

สำหรับสายเขียม สามารถซื้อเบนโตะหรือขนมไปนั่งกินตรงที่นั่งที่เขาจัดไว้ให้ก็ได้นะ

ถ้าใครไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงนี้พอดี ลองแวะไปดูกันได้

tokyuplaza-1299

tokyuplaza-1249

บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ เหมาะกับการไปเป็นคู่ (ไม่เหมาะกับการไปเป็นคี่เท่าไหร่)

นั่งซบกันแฟน เอาหัวไถไหล่สร้างความอบอุ่นแบบไม่ต้องง้อฮีทเทคกันเลย!

tokyuplaza-1266

tokyuplaza-1295

×

tokyuplaza_howtogo

HOW TO GO

เดินทางด้วยรถไฟฟ้าสาย Shiyoda line หรือ Fukutoshin line  →  ลงสถานี Meijijingu-Mae station

ออกจาก metro ทางออก 5 ขึ้นมาถึงเราจะอยู่หน้าห้าง LAFORET (Harajuku)

เพียงเราเดินข้ามทางม้าลายไปแล้วเลี้ยวซ้ายไปนิดนึงก็จะเจอลิฟท์ที่จะขึ้นไปชั้นดาดฟ้าของห้าง Tokyu Plaza (ชั้น6)

(Tokyo) Dumbo doughnuts and coffee

01_cover

open everyday : 9 am – 7 pm

การเดินทาง : สถานี Azabu-juban station ออกทางออก 1

สาย namboku line หรือ oedo line

ราคา : เริ่มต้นที่ 320 Yen

google map : 35.653957, 139.735837

เป็นร้านโดนัทสีชมพูโดดเด่นในย่านที่พักอาศัยใจกลางเมือง ห่างจากรปปงหงิเพียงสถานีเดียว

(เดินทางด้วยสาย oedo line)

ขนาดร้านเล็กจิ๋วตามสไตล์ญี่ปุ่น ภาพลูกค้าที่ต่อคิวยาวออกมานอกร้านเป็นจุดเด่นอีกอย่างนึงของร้าน

02_dumbo-0689

03_dumbo-0695

โดนัทร้านนี้เป็นโดนัท handmade สไตล์ NYC กรอบนอกนุ่มในที่ทำสดใหม่ทุกวัน

มีมากกว่าสิบแบบให้เลือกกินกัน ละลานตาเว่อ

แน่นอนว่าโดนัทก็ต้องกินคู่กับกาแฟ นี่แหละไฮไลท์!

ความน่ารักที่ดึงดูดเราให้มาจนถึงที่นี่ก็คือแก้วสีชมพูหวานแหววอันนี้แหละ คาวาอี้เดส!

04_dumbo-0696

05_dumbo-0713

06_dumbo-0731

07_dumbo-0732

08_dumbo-0734

สไตล์การตกแต่งร้านที่ค่อนข้างมินิมอล บวกกับกลิ่นหอมของกาแฟที่ลอยอยู่ทั่วร้าน

แม้ที่นั่งจะมีไม่เยอะ แต่ก็เป็นอีกร้านที่น่าไปเช็คอินนั่งชิลสักครั้ง ถ้าไม่มีที่นั่งชิลก็ออกมายืนชิลข้างนอกก็ยังได้

09_dumbo-0735

11_dumbo-0737

10_dumbo-0736

12_dumbo-0744

13_dumbo-0746

 

14_howtogo

how to go

เดินทางด้วยรถไฟฟ้า สาย namboku line หรือ oedo line

 ลงสถานี Azabu-juban station และออกทางออก

หลังจากออกมาจากสถานี แนะนำให้หย่อนพิกัด 35.653957, 139.735837 ลง google map

แล้วเดินตาม map ไป ไปง่ายและใกล้สถานีนิดเดียว

ไปดิ รอไร  

just go there : )