(Tokyo) Mori Art Museum

cover_mori

(Tokyo) Mori Art Museum

 

 

Address : Roppongi Hills

 

52F :

Tokyo City View

53F :

Mori Art Museum

Mori Art Museum Shop

 

Open hours :

Monday, Wednesday – Sunday

10:00-22:00 (Last Admission: 21:30)

Tuesdays

10:00-17:00 (Last Admission: 16:30)

 

Website : http://www.mori.art.museum/en/index.html

 

Tickets cost :

Tickets to Tokyo City View Observation Deck and Mori Art Museum

Adult  1,800 yen

University / High school student  1,200 yen

Child (Age 4 up to Junior high school student) 600 yen

Senior (Ages 65 & over) 1,500 yen

more ticket informations : http://www.mori.art.museum/en/info/index.html

 

Mori-7283

 

เราว่าสายมิวเซียมต้องรู้จักที่นี่เป็นอย่างดี เพราะนางมีชื่อเสียง และควรค่าแก่การมาเยือนมาก

คุ้มค่าบัตรห้าร้อยกว่าบาทแน่นอน (1800 yen)

บัตรค่าเข้าจะมีหลายแบบนะ ทั้งแบบเข้ามิวเซียมอย่างเดียว

หรือจะเข้าทั้งมิวเซียมและดู Tokyo city view ที่ชั้น 52 ด้วยก็จะอีกราคานึง

ราคาต่างกันไม่เยอะ ด้วยพื้นฐานเป็นคนงกเลยซื้อแบบดูวิวด้วยและเข้ามิวเซียมด้วยไปเลย คุ้มค่า!

อ้อ มี add-ons เพิ่มได้ ถ้าอยากขึ้นไปดูวิวที่ชั้นดาดฟ้าของตึก แบบไม่มีกระจกกั้น ก็เพิ่มเงินอีก 500 yen เท่านั้น

แต่เราไม่ได้ขึ้นไปนะ (อ้าว) คือตอนนั้นไม่ได้สนใจ อยากเข้าแต่มิวเซียม

 

 

Mori-7264

 

Mori-7269

 

ชั้น 52 ที่เป็นชั้นสำหรับดูวิวเมืองโตเกียว ที่มองเห็นได้เกือบ 360 องศา (ถ้าขึ้นไปดาดฟ้าน่าจะเห็นแบบ 360 องศาเลย)

วันไหนถ้าท้องฟ้าเป็นใจ ก็จะเห็นทะลุไปหลายเขตของโตเกียวเลย

เดินเพลินๆ แปปเดียวก็ครบรอบนึงละ แต่เดินให้พอก่อนจะเดินออกมานะ เพราะออกมาแล้วเข้าไปอีกรอบไม่ได้นะเหวย

 

Mori-7275

 

Mori-7268

 

และเป็นปกติของสถานที่ท่องเที่ยว ที่ปลายทางจะถูกดักด้วย shop ขายของที่ระลึก

นี่ก็โดนมาจ้า mt เอย โปสการ์ดเอย ไม่รอด (ก็โดนทุกร้านอะ)

 

Mori-7276

 

Mori-7277

 

 

ขึ้นบันไดเลื่อนมาต่อที่ชั้น 53 ที่เป็นพื้นที่ของมิวเซียมทั้งหมด

แนะนำว่าก่อนไปให้เข้าเว็บไซต์ของมิวเซียม http://www.mori.art.museum/en/index.html

เพื่อเช็คว่าตอนนี้มี exhibition อะไรที่น่าสนใจบ้าง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเลือก

 

Mori-7291

 

ตอนเราไป เราเช็คแล้วว่า main exhibition ของช่วงนั้นคือ N. S. Harsha: Charming Journey

เป็นการแสดงผลงานของศิลปินชาวอินเดีย

ซึ่งผลงานของเขาทุกชิ้นมัน Charming เหมือนชื่อเลย

 

Mori-7292

Mori-7328

 

ใน artwork ทุกๆชิ้นสะท้อนให้เห็นถึงสังคมอินเดียในมุมมองของศิลปิน

ที่บอกเล่าวัฒนธรรม ความเชื่อ การเมืองและความเป็นอยู่ของคนอินเดีย ตั้งแต่เด็กจนโต

ซึ่งทำได้น่าสนใจมากๆ และสนุกมากๆ ผ่านศิลปะแบบ contemporary ที่เขาถนัด

 

Mori-7293

 

Mori-7295

 

Mori-7298

 

เราจะชอบงานเขาลักษณะที่เป็นการทำซ้ำๆ จนกลายเป็น pattern ที่น่าสนใจ

เหมือนกับชีวิตมนุษย์ที่มักทำอะไรซ้ำๆตั้งแต่เกิดจนตาย

 

Mori-7311

 

Mori-7307

exhibition นี้มีหลายห้องมาก แต่ละห้องนำเสนอต่างกัน น่าสนใจคนละแบบ แต่ดีหมดเลย

โดยเฉพาะห้อง Sky Gazers ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการที่ศิลปินไปนั่งมองดาวบนหลังคากับเด็กๆ ทำให้เกิด artwork เท่ๆนี้ขึ้นมา ซึ่งด้านล่างจะเป็นภาพวาดคนจำนวนมากกำลังแหงนมองอะไรสักอย่างด้านบน

และด้านบนเพดานเป็นกระจกบานใหญ่ ที่สะท้อนเห็นทุกอย่าง

ถ้าช่วงก่อนหน้านี้ใครเข้าไปดู location Mori Art Museum ใน instagram ก็คงเห็นรูปที่เป็นภาพสะท้อนแบบนี้เพียบ

 

 

 

Mori-7329

และชิ้นงานที่เป็นไฮไลท์ และมีขนาดใหญ่ที่สุดจากภาพทั้งหมด น่าจะเป็นชิ้นนี้

เราใช้เวลาอยู่ในมิวเซียมเพื่อดูงานนี้ ประมาณสอง-สามชั่วโมงได้

 

Mori-7330

 

Mori-7331

 

Mori-7332

 

Mori-7334

 

Mori-7335

 

และแน่นอนปลายทางที่ถูกดักตีหัวด้วย shop ของมิวเซียม นี่ตายไปเลย

เหมือนโดนป้ายยา หยิบทั้งสมุดทั้งกระเป๋าผ้ามาจ่ายตังแบบไม่มีสติ เจ็บตัวกันไป

 

 

 

 

Mori-7340

ถัดออกมาจากห้อง exhibition ใหญ่ ก็ยังมีห้องเล็กๆ ที่มีผลงานเล็กๆ ของศิลปินคนอื่นจัดแสดงไว้ด้วย

MAM Project 023: Agatha Gothe-Snape

เป็นผลงานของ Agatha Gothe-Snape ศิลปินชาว Sydney ที่โชว์ผลงานในโปรเจค Oh Window

 

Mori-7341

 

คือเป็นการสร้างหน้าต่างปลอมขึ้นมาในพื้นที่ห้องจัดแสดงงานที่ไม่มีหน้าต่างเลยสักบาน

แต่สร้างเป็นจอทีวีที่ฉายงาน artwork ที่ลักษณะ “คล้าย” กับหน้าต่าง

ด้วยคอนเซปว่า / an edge of two sites of the “art” inside an art museum and the “life” outside /

 

Mori-7344

 

เห็นมะ ที่นี่มีแต่งานเก๋ๆ เจ๋งๆ

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ก็ยังดักกันด้วย shop ใหญ่ของมิวเซียม

ขายกันเข้าไปค่ะ ขายให้ตายไปเลย

แล้วถามว่าโดนอีกไหม ตอบเลยว่าไม่! 

ไม่รอด!

ไปเถอะ ที่นี่มันดีจริงๆ

ไปแบบไม่ต้องเสียสติซื้อของเยอะแบบเราก็ได้

ไปดิรอไร

 

 

 

 

Mori-7336

 

HOW TO GO

 

By Train

0-minute walk from Tokyo Metro Hibiya Line “Roppongi Station” Exit 1C

(direct access to Roppongi Hills through concourse)

4-minute walk from Toei Subway Oedo Line “Roppongi Station” Exit 3

5-minute walk from Toei Subway Oedo Line “Azabu-juban Station” Exit 7

8-minute walk from Tokyo Metro Namboku Line “Azabu-juban Station” Exit 4

10-minute walk from Tokyo Metro Chiyoda Line “Nogizaka Station” Exit 5

Advertisements

(Tokyo) essence cafe : flower / cafe / gallery

cover_essencecafe_opt2

(Tokyo) essence cafe

flower / cafe / gallery

 

 

open hours : 8: 00-22: 00

address : Yubinbango150-0011 Shibuya-ku, Tokyo Higashi 3-25-7

EiHajime building 1F / B1F

website : https://essence-cafe.jp/

 

 

essencecafe-7371

essencecafe-7367

 

เป็นร้านคาเฟ่ที่แตกไลน์ออกมาจากร้าน essence 87 เป็นร้านขายดอกไม้ชื่อดังในย่านนี้

ทำให้บรรยากาศของร้านเหมือนนั่งดื่มกาแฟอยู่สวนดอกไม้เล็กๆ ดูสดชื่นขึ้นมาซะงั้น

แต่ในร้านก็ยังมีบริการจัดช่อดอกไม้นะ แบ่งไว้เป็นโซนเล็กๆ ด้านในร้าน

 

essencecafe-7355

essencecafe-7359

essencecafe-7373

 

ร้านมีสองชั้น คือ 1F และ BF (เป็นชั้นใต้ดินด้านล่าง) ซึ่งไฮไลท์อยู่ตรงทางเดินลงชั้นใต้ดินนี่แหละ

ที่ผนังทั้งแถบปกคลุมไปด้วยดอกไม้ น่าเสียดายที่ตรงทางเดินมืดไปหน่อย

แต่สำหรับใครที่มีเลนส์ F ต่ำๆ เราว่าดันแสงได้อยู่นะ น่าไปเมคโปรไฟล์พิคอีกแล้วร้านนี้

 

essencecafe-7366

essencecafe-7364

essencecafe-7365

 

กาแฟที่เราสั่งเป็น float ที่เคลือบด้วยคาราเมลกรอบๆ top ลงบนอเมริกาโน่อีกที (จำชื่อเมนูไม่ได้)

อร่อยมากกกกกก เราชอบมาก กินเพลินๆเคี้ยวกรุบๆ เป็นกาแฟไม่กี่ร้านในญี่ปุ่นที่รู้สึกว่า เออ อร่อย

 

essencecafe-7358

 

ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศจิบกาแฟในสวนกลางเมือง ร้านนี้ก็เป็นอีกตัวเล็กที่ดีเลย

ปล. ที่ร้านที่ปลั๊กให้ชาร์จแบทด้วย

 

#ไปดิรอไร #gothere

 

 

essencecafe-7372

How to go

รถไฟฟ้าใต้ดินสาย Hibiya line สถานี Ebisu ออกประตู 2 จะใกล้ที่สุด

แล้วเดินตาม map ไปได้เลยค่ะ เดินตรงไปเรื่อยๆ แค่แปปเดียวก็เจอแล้ว

google maps

https://goo.gl/maps/K97qmQcXGCs

(Tokyo) Koiwa Shobu en Matsuri

koiwa_cover

(Tokyo) Kkoiwa Shobu en Matsuri

 

Location : koiwa shobu en

Dates : 3 June – 18 June 2017

Admission fee : Free

 

 

koiwa-2271

koiwa-2210

 

หน้าร้อนกับดอกไม้สีสวยน่าจะเป็นของคู่กันแบบแยกไม่ออก

ช่วงนี้ที่ญี่ปุ่นดอกไอริสกำลังบานสะพรั่ง ใครที่ชอบหอบเสื่อหอบผ้าไปปูพื้นปิคนิกขอให้อย่าพลาด

เตรียมม้วนเสื่อกับคว้าตะกร้าปิคนิกรีบไปกันเลย เพราะถ้าช้าดอกไม้ก็ไม่บานรอนะคะซิส

นี่เลยรีบแทรกคิวแอบมาบอกก่อน กลัวจะพลาดกัน

 

koiwa-2223

koiwa-2256

koiwa-2262

 

/

 

Hey guys, Now is SUMMER time in Japan.

There are so many beautiful flowers bloom now, not just a cherry blossom.

it’s time for Iris!

 

like you know, flowers have a very short lifetime. (I mean when it’s blooming)

This Event is on a short period, from 3rd June to 18 June

so if you like to enjoy this thing, HURRY UP!

 

koiwa-2267

koiwa-2275

koiwa-2322

 

ที่งานมีพ่อแม่ลูกชาวญี่ปุ่นมาปูเสื่อปิกนิกกันเต็มพื้นที่ 

ห้องน้ำก็มีอำนวยความสะดวกแบบว่าทั่วถึง ในงานยังมีของกินมาขายเพียบ

ไม่ว่าจะเป็นยากิโซบะในราคาเพียงสองร้อยเยนเท่านั้น 

หรือขนมปังอบเสร็จใหม่ๆหอมกรุ่นก็เริ่มต้นเพียงหนึ่งร้อยเยน 

แต่อากาศแบบนี้แนะนำให้ดื่ม lemonade (ramune) สดชื่นซ่าๆ 

 

koiwa-2336

 

นอกจะได้เก็บภาพบรรยากาศดีดีของต้นดอกไอริสที่กำลังบาน

ข้างๆสวนยังเป็นสนามเบสบอลให้เราไปส่องเด็กหนุ่มญี่ปุ่นกันอีกด้วย

ดูดอกไอริสเสร็จ ก็ต่อด้วยการมาเดินเล่นเลียบแม่น้ำ edo สู้อากาศดีๆกัน

 

koiwa-2458

koiwa-2432

koiwa-2465

koiwa-2468

 

หรือถ้าจะให้ชิลกว่านั้น ก็สะบัดเสื่อปูนอนบนพื้นหญ้ารับลมรับแดดกันก็ได้

เพราะที่ญี่ปุ่นตอนนี้อากาศดีสุดๆ  ถึงแดดจะแรงแต่ลมเย็นมากๆ

รีบไปกันให้ไวก่อนดอกไม้จะโรย เมคโปรไฟล์พิคกันทั้งวันก็ยังได้   

#ไปดิรอไร

 

koiwa-2472

 

 

 

koiwa-2456

 

HOW TO GO

สถานี edogawa สาย keisei line หรือ koiwa สาย chuo-sobu line

ออกประตูทิศใต้ มีรถบัสสาย72 รับส่งถึงงาน(เฉพาะเสาร์และอาทิตย์) รถออกทุกครึ่งชั่วโมง

/

Edogawa Station (Keisei line) or Koiwa Station (Chuo-Sobu line)

go to south exit and take a bus no.72  to the event (just for weekend)

a bus is going to depart from station every 30 mins

 

 

(Tokyo) SIDEWALK STAND

Cover_Sidewalkstand_Opt2

(Tokyo) sidewalk stand

ร้านกาแฟมุมตึกสุดฮิปในย่านนากาเมกุโระ

open hours : everyday / 09.00-21.00 น.

address : 1-23-14 AOBADAI, MEGURO WARD TOKYO 153-0042, JAPAN

website : http://sidewalk.jp

 

 

Sidewalkstand-7450

Sidewalkstand-7454

Sidewalkstand-7459

เป็นร้านชื่อดังของย่านนี้เลยล่ะ เราว่าใครที่เคยไปเดินเล่นที่นากาเมกุโระ น่าจะต้องเคยเห็นร้านนี้

เพราะ location ดีมากๆ อยู่หัวมุมตึกที่ติดถนนเลียบคลอง

ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านที่โดดเด่น ทำให้สังเกตเห็นได้ง่ายมากๆ

Sidewalkstand-7486

Sidewalkstand-7477

Sidewalkstand-7480

ร้านนี้จะเน้นการ take away เพราะพื้นที่ของร้านจะไม่กว้างมากตามสไตล์ญี่ปุ่น

ด้านล่างจะมีที่นั่งด้านนอกเล็กๆ แบบ outdoor นั่งได้ประมาณ 2-3 คน

Sidewalkstand-7481

Sidewalkstand-7485

ส่วนที่นั่งด้านบน จุคนได้เต็มที่ก็ประมาณ 10 คน โดยที่ด้านบนจะมีที่นั่งติดหน้าต่างที่ชิลมาก

ด้านหนึ่งจะหันออกถนนฝั่งที่เดินมาจากถนนใหญ่ ส่วนอีกฝั่งจะเป็นด้านที่มองเห็นคลอง

จินตนาการว่าถ้าได้มานั่งจิบกาแฟในช่วงซากุระฟูลบลูมนี่ต้องสวยมากๆ แน่นอน โอ้ยดี

Sidewalkstand-7519

Sidewalkstand-7520

ถ้าใครมากับเพื่อนที่ไม่ดื่มกาแฟ ก็มีเครื่องดื่มอย่างอื่นให้ได้เลือกกิน

เราเลือกดื่ม BITTER ORANGE AMERICANO เพราะเห็นว่าเป็น recommend menu

และแอบเห็นข้อความที่เขียนอธิบายว่าเป็น HOMEMADE ORANGE SYRUP เลยอยากลอง

กาแฟกับส้มนี่ก็เข้ากันได้อย่างน่าประหลาด

Sidewalkstand-7484

ส่วนเพื่อนเราเลือกดื่ม KIMINO YUZU เป็นน้ำส้มยูสุ sparkling ซ่าๆ สวยๆ ใสๆ

Sidewalkstand-7482

เราขึ้นไปนั่งบนชั้นสองด้านริมหน้าต่างฝั่งถนน มองคนเดินไปเดินมา

ช่วงที่ไปอากาศเริ่มร้อนขึ้น เพราะก็ใกล้เข้าสู่หน้าร้อนของญี่ปุ่นแล้ว

คนที่เดินไปเดินมาก็แต่งตัวสีสันสดใสมากขึ้นกว่าปกติ เพลินดี

จริงๆ แนะนำให้ไปช่วงที่ซากุระบาน บรรยากาศจะดีมากไปอีกสิบเท่า

แต่คนอาจจะเยอะหน่อย ต้องมีการตบตีแย่งชิงที่นั่งกันบ้าง

ถ้าได้ไปแถวนากาเมกุโระ ก็อย่าลืมไปแวะร้านนี้นะฮะ

ของเขาดีจริงๆ : )

#ไปดิรอไร

#gothere

 

 

Sidewalkstand-7488

 

HOW TO GO

รถไฟฟ้าสถานี Nakameguro แล้วเดินเลียบคลอง meguro มาเรื่อยๆ ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือ

จริงๆ ออกมาจากสถานีแล้วเปิด map เดินตาม map ได้เลยค่ะ ไม่ไกลจากสถานี

google maps : https://goo.gl/maps/h7zRfW2zX6T2

 

(Tokyo) RACINES Farm to Park | ラシーヌ ファーム トゥー パーク

Racine_cover_opt03

(Tokyo) RACINES Farm to Park

ラシーヌ ファーム トゥー パーク

open hours : 8.00 – 22.00 น.

Address : 南池袋2-21-1 豊島区南池袋公園内

Toshima, Tokyo, Tokyo 171-0022

Facebook : https://www.facebook.com/racines.park/

Racine-7201

Racine-7204

Racine-7208

Racine เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มสำหรับสายชิลอย่างแท้จริง

ด้วยโลเคชั่นที่ดีมากๆ ที่ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะเล็กๆ กลางย่านฮอตของคนไทยอย่าง Ikebukuro

ห่างจากสถานี JR แค่ไม่กี่ร้อยเมตร

Racine-7211

Racine-7214

Racine-7215

Racine-7219

พื้นที่สีเขียวของสวนช่วยส่งเสริมบรรยากาศของร้านในน่ารักขึ้นไปอีก

ตัวร้านเองก็ตกแต่งสไตล์ japanese loft ทำให้ดูสบายตาและผ่อนคลาย

Racine-7221

Racine-7222

Racine-7225

Racine-7227

Racine-7220

Racine-7235

ด้านบน ชั้นสองของร้านจะเป็นกึ่งห้องสมุด กึ่งโต๊ะอาหารที่สามารถหยิบหนังสือมาอ่านได้ระหว่างทานกาแฟ

Racine-7231

Racine-7236

Racine-7239

Racine-7238

เราสามารถสั่งเครื่องดื่มและอาหารจากในร้าน แล้วเอามานั่งกินบนพื้นหญ้าหน้าร้านได้

ทั้งคู่รัก กลุ่มเพื่อน และครอบครัว บางคนก็เอาเสื่อมาปู นั่งปิกนิกกันอย่างสนุกสนาน

ยิ่งช่วงเย็นๆ ในวันหยุดที่แดดร่มลมตก พื้นที่สนามหญ้าหน้าร้านจะเต็มไปด้วยผู้คน

Racine-7253

Racine-7255

Racine-7256

Racine-7259

ใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วพักอยู่ในย่าน Ikebukuro แนะนำให้พกเสื่อไปปูนอนเล่นสักชั่วโมง-สองชั่วโมง

ให้รู้ว่าเที่ยวญี่ปุ่นก็เที่ยวแบบช้าๆได้นะ นั่งพักจิบเครื่องดื่มสวยๆ บนพื้นหญ้าก็น่าสนใจไม่น้อย

Racine-7242

Racine-7244

Racine-7248

ไปดิรอไร : )

 

Racine-7249

 

 

HOW TO GO

 

สถานี Ikebukuro ทางออก Seibu Exit

ออกมาจากทางออกให้เลี้ยวขวา แล้วข้ามทางม้าลายที่ 2 ที่เจอ

แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอสวน minami-ikebukuro park

google maps : https://goo.gl/maps/qg1JPSopGhM2

 

 

(Tokyo) SAKURA o’clock

cover_sakura_gothere

SAKURA o’clock

 

อากาศที่เริ่มอุ่นขึ้น มาพร้อมกับสีสันในฤดูใบไม้ผลิ

แน่นอนว่าดอกซากุระสีสวย เป็นนางเอกของฤดูกาลนี้

ในช่วงกลางเดือนมีนาคมไปจนถึงเมษายน เป็น timing ที่ฮอตฮิตในการเที่ยวญี่ปุ่นของคนไทย

หนีร้อนไปพึ่งเย็น อากาศสบายๆ ปูเสื่อจิบชาดูซากุระ เนียนไปกับนิฮงจิน ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว

วันนี้จะมาแนะนำ 3 สถานที่ ที่ควรไปนั่งทอดถอนลมหายใจทิ้ง แล้วนั่งมองซากุระไปด้วย

ไม่มีการเสียดายเวลาแน่นอน

เราพิสูจน์มาด้วยตัวเองแล้ว ว่ามันดีจริงๆ

ไปดิ รอไร!

#gothere

 

 

cover_Inokashira

Inokashira Park

เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ในเขต Musashino ของโตเกียว

สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานี Kichijōji Station และเดินต่อไปอีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว สะดวกมาก

จุดเด่นของที่นี่คือ การปูเสื่อปิคนิค จิบชา กินขนม ชมซากุระไปด้วย ฮานามิระดับสิบ

000013

000015

000016

ทุกพื้นที่ในสวนนี้ จะถูกจับจองจนเต็ม และนิฮงจินทุกคนก็จริงจังกับการพักผ่อนมากๆ

ทั้งนอน ทั้งดื่ม ทั้งเม้ามอยกัน เหมือนอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านตัวเอง ดูเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวดี

อ้อ ที่นี่มีทั้งเรือเป็ดให้ได้ถีบเล่น และเรือพายลำเล็กให้พายด้วย

วันที่เราไปอากาศขมุกขมัวพอสมควรเลย ฟ้าเลยจืดเป็นแกงจืด แถมฟิล์มก็บูด

แต่อารมณ์เราไม่บูดนะ เห็นซากุระก็ยิ้มแฉ่งแล้ว

000017

000019

000020

how to go :

Keio Inokashira Line

ถ้าชึ้นจาก Shibuya จะนั่งตรงยาวมาถึง Kichijoji Station เลยค่ะ (190 Yen)

JR Chuo Line / JR Sobu Line / Metro Tozai Line

ถ้านั่งมาจากชินจูกุ ให้นั่ง JR Chuo line ตรงมาที่สถานีคิจิโจจิได้เลยค่ะ (210 Yen)

 

cover_yanaka

 

Yanaka Cemetery

(สุสาน ยานากะ)

ใช่ค่ะ จะพามาดูซากุระที่สุสาน

ไม่มีคนอวดผี ไม่มีอดีตมนุษย์อะไรทั้งนั้น

แต่มีซากุระที่บานสะพรั่งรออยู่

000028

000031

สุสานที่ญี่ปุ่นไม่น่ากลัวเลย สวยมากซะด้วยซ้ำ

ที่นี่เงียบสงบกว่าที่อื่น เพราะเป็นสุสานด้วยและ

คนที่มาชมเลยไม่มีใครส่งเสียงดังรบกวน ให้เกียรติคนที่นอนอยู่เนอะ

000027_color

000030_color

ใครชอบดูซากุระแบบเงียบๆ ไม่ต้องแย่งใคร

แต่สวยไม่แพ้ที่อื่นนะ ที่สำคัญที่นี่มีแมวอ้วนให้จกพุงด้วย!

000020

000021

000022

remark ถนนทางเดินที่นี่ไว้ ว่าถ่ายรูปสวยมาก

มีต้นซากุระบานเต็มสองฝั่ง คนก็ไม่ได้พลุกพล่าน จะถ่ายกี่ล้านรูปก็ได้

เป็นอีกที่ที่ recommend สำหรับใครที่อยากชมซากุระในบรรยากาศสงบๆ

บรรยากาศสงบนะ แต่คนไม่น้อยเท่าไหร่ เพราะทุกคนก็แห่มาชมซากุระกันทั้งนั้น

แต่ด้วยความญี่ปุ่น ทุกคนไม่มีการโหวกเหวกโวยวายอะไร ชมกันเงียบๆ เรียบร้อย น่ารัก

(ปล. ถ้าเทียบปริมาณคนกับที่สวน inokashira ที่ yanaka นี่ถือว่าสงบมากๆ 55555)

000010

how to go :

JR Yamanote Line / JR Keihin-Tohoku Line / Keisei Line

รถไฟฟ้ามาลงที่ Nippori station และเดินจากสถานีไม่ถึง 5 นาที (อยู่ติดสถานีเลยค่ะ)

cover_nakameguro

Naka-Meguro

คลองนากาเมกุโระ บรรยากาศโคตรดี แบบสิบดาว

เป็นสถานที่ชมซากุระที่เราประทับใจที่สุดในทริป

บรรยากาศดีมาก อากาศเย็นๆ มีแดดอ่อนๆ (และเข้มขึ้นตามลำดับ)

000036

000033

000031

000032

ทุกคนที่นี่ดูอารมณ์ดีกันมากๆ แฮปปี้สุดๆ

ซากุระบานทุกปีในช่วงเวลาของมัน แต่ทุกคนก็ยังดูตื่นเต้นกับการมาของมันทุกปี

000030

000038 2

000040

ตรงกลางเป็นคลอง ลืมภาพคลองแสนแสบไปค่ะ เพราะคลองที่นี่น้ำใสเหมือนน้ำประปาบ้านเรา

000039

ส่วนถนนสองฝั่งคลองก็มีร้านเก๋ๆ ชิคๆ น่ารักมากมาย

อย่างว่าแหละตรงนี้มันย่านคนมีเงินนี่เนอะ

คือถ้าเดินดูซากุระจนหิว ก็แวะหาอะไรกินแถวนั้นได้เลย

ของอร่อยเพียบ!

000034

000037

how to go :

นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่ Nakameguro Station ออกจากสถานี แล้วเดินต่อออกมานิดเดียวก็จะเจอคลองแล้วค่ะ

จริงๆ ก็เดินตามฝูงชนมาเลยก็ได้ ช่วงซากุระนี่ทุกคนเดินมาทางเดียวกันหมด

(Tokyo) Laitier

00laitier_cover

(Tokyo) Laitier

open hours : 11: 00 ~ 19: 30

close : ปิดทุกวันอังคาร

address : Sendagaya 1-22-7 1F, Shibuya-ku, Tokyo

facebook page : https://www.facebook.com/laitier.softcream/

google maps : https://goo.gl/maps/6rRoJXR78ZM2

ไถๆไอจีอยู่ดีๆก็เกิดกิเลสขึ้นมาซะเฉยๆ เพราะมีคนเช็คอินที่ร้านซอฟท์ครีมร้านนี้เยอะมาก

เลื่อนดูเห็นแต่ภาพของซอฟท์ครีมที่ใส่ในวาฟเฟิลโคนถ่ายคู่กับหน้าร้านสีฟ้าสดใส เหมือนโดนสะกดจิตให้ไปลองกระแทกปากซักครั้ง (กระแทกกับซอฟท์ครีมนะคะ ไม่ใช่ประตูร้าน เดี๋ยวฟันบิ่น)

แต่งตัวออกจากบ้านทันที อยากกินต้องได้กิน

ไปดิ รอไร!

01laitier-1359

02laitier-1356

03laitier-1357

 

04laitier-1306

 

เมื่อเข้าไปด้านในเราจะพบกับความเล็กจิ๋วสมกับเป็นญี่ปุ่นขนานแท้ ที่นั่งในร้านมีเพียงประมาณ 8 ที่นั่ง

เป็นที่นั่งแบบบาร์ที่หันหน้าเข้ากำแพงซะส่วนใหญ่ และทั้งร้านมีเพียงแค่โต๊ะเดียวซึ่งนั่งได้แค่สองคน

เรียกได้ว่าใครดีใครได้ มาก่อนนั่งก่อนเว้ย อ่อนแอก็แพ้ไป

05laitier-1345

06laitier_combine

ที่เค้าเตอร์เราจะพบกับตู้แช่เย็นและด้านข้างจะเป็นชั้นวางขายขนม ถ้ามองขึ้นด้านบนก็จะพบกับเมนูซอฟครีม (ภาษาญี่ปุ่น)

ส่วนด้านหน้าเราก็จะเป็นเจ้าของร้านท่าทางเป็นคุณน้าใจดีคอยบริการเราและทำซอฟครีมด้วยตัวเองทุกออเดอร์

มีน้องผู้หญิงท่าทางจะมาทำไบท์ คอยรับออเดอร์และให้คำแนะนำในการเลือกทานซอฟครีม

ว่าคุณลูกค้าชอบแบบไหน ควรทานอะไร ผสมกันสิบอย่างก็ได้ (ความโลภ)

09laitier-1354

07laitier-1335

08laitier-1341

เมนูเด็ดในร้านก็จะเป็นซอฟครีมซึ่งมีก็มีหลากหลายท้อปปิ้งให้เลือก

มีเมนูพิเศษแต่ละช่วงด้วย ซึ่งตอนนี้ก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก สตรอเบอร์รี่ นั่นเอง

แต่เราไม่กินเว้ย (อ้าว) เพราะตอนนี้มันเป็นหน้าสตอเบอรี่ มองไปทางไหนก็เจอแต่สตอเบอรี่

เลยลดความเอียนด้วยการสั่ง พรีเมี่ยม ดับเบิ้ล ช็อกโกแลต ซอฟครีม มากิน

ซึ่งความพิเศษที่มาพร้อมกับความยาวของชื่อเมนู ก็คือการรวมเอาสองเมนูในร้านมารวมกับกลายเป็นเมนูใหม่ขึ้นมา

บู้ม กลายเป็นโกโก้ครันช์

11laitier-1327

ตัวอักษร W ในชื่อเมนูก็คือการรวมเอาสองเมนูมารวมกับนั่นเอง

นมที่เอามาทำซอฟท์ครีมมาจากฟาร์มของเจ้าของเองเลย มีนามะช็อค และ ช็อกบอล(เม็ดเล็กๆ) เป็นท้อปปิ้ง

โรยด้วยเปลือกส้มตัดความหวานของซอฟครีมได้ดีเชียวแหละแก

ความขมนิดๆของดาร์คของช็อคโกแลต ผสมผสานกับความหวานของซอฟครีม ชื่นใจมาก

เอาอยู่แม้ในวันหนาวๆ ของเดือนสองที่โตเกียวแห่งนี้

หนามยอกเอาหนามบ่งฉันใด อากาศหนาวมากก็เอาซอฟท์ครีมยัดลงท้องไปฉันนั้น!

 

10laitier-1314

ที่ร้านนี้เวลาเสิร์ฟจะมาพร้อมขาตั้ง  (ซอฟต์ครีมหรือมอเตอร์ไซค์ มีขาตั้งเป็นของตัวเอง)

ขาตั้งในที่นี้คือใช้ตั้งวาฟเฟิลโคน

ลูกค้าส่วนใหญ่เมื่อได้ซอฟครีมมาทุกคนจะรีบวิ่งออกไปหน้าร้านแล้วยกโคนแชะกับหน้าร้านสีฟ้าสดใส

(นั่นแหละค่ะ เต็ม instagram ไปหมด)

 

12laitier-1334

 

เจ้าของร้านดูจะไม่ค่อยตกใจกับพฤติกรรมที่ลูกค้าวิ่งเข้าวิ่งออกร้านเท่าไหร่

คงกลายเป็นความเคยชินที่เป็นกิมมิกของร้านนี้ไปแล้ว

จ่ายเงินมาก่อน แล้ววิ่งเข้าวิ่งออกกี่รอบก็ไม่ว่า

 

13laitier_howtogo

 

/ how to go /

รถไฟฟ้า Chuo line / Chuo sobu line

ลงสถานี sendagaya station มีทางออกเดียว

จากสถานี sendagaya station เดินไปเพียงแค่ 450 เมตรเท่านั้น

เราก็จะเห็นร้านขายซอฟครีมสีฟ้าเด่นเป็นสง่าอยู่ที่หัวมุมสามแยก

หน้าร้านมีรูปปั้นซอฟครีมตั้งวางไว้ข้างประตูทางเข้า

google maps : https://goo.gl/maps/6rRoJXR78ZM2

#gothere

 

(Tokyo) Commune 246

cover_commune246

(Tokyo) Commune 246

Opening Hours: 11:00 am – 10:00 pm (11 โมง – 4 ทุ่ม)

location : 3-13 Minami-Aoyama, Minato, Tokyo

google maps : https://goo.gl/maps/kKsBBLAgSSm

website : http://commune246.com/

×

/ eating & food cart /

พื้นที่สร้างสรรค์เล็กๆ ใน Minami Aoyama

000010

×

commune 246 เรียกกันแบบไทยๆว่าศูนย์อาหาร

เพราะที่นี่เป็นศูนย์รวม food cart ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองไว้มากมายหลายร้าน

มีอาหารหลากหลายแบบ ตั้งแต่ระดับกินแก้หิว หรือจะกินเอาอิ่มเลยก็ได้

อ้อ มีอาหารมังสวิรัติเป็นทางเลือกให้ด้วยนะคะ

แถมยังมีเครื่องดื่มเยอะมาก จะเป็นแบบเบาๆน้ำผลไม้ผสมโซดาสวยๆ หรือจะเป็นคราฟท์เบียร์รสนุ่มก็มีหมด

ร้านแต่ละร้านจะมีการตกแต่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มีความ unique ไม่ซ้ำแบบกันเลย

และด้านในของพื้นที่จะมีเต๊นท์ที่คลุมด้วยพลาสติก ทำเป็นที่นั่ง indoor ให้นั่งทานกันแบบไม่สะท้านลมหนาว

ใครที่ไม่ชอบนั่งตากอากาศหนาวๆ ก็หลบไปนั่งด้านในได้นะ

ตอนเราไปนี่เรานั่งด้านนอก อากาศค่อนข้างเย็นสบาย จะมีสะดุ้งบ้างตอนลมพัด

ต้องรีบไปซื้ออะไรอุ่นๆมากินแก้หนาว พอร่างกายปรับตัวได้ ก็เม้ามอยกับเพื่อนเพลินจนลืมเวลา

บรรยากาศดีมากๆ ถ้ามีดนตรีสดอีกสักหน่อยนี่เฟอร์เฟ็คเลย

×

000011_crop

000009_crop

ทางเจ้าของพื้นที่บอกว่า จะยินดีมาก หากพื้นที่นี้จะกลายเป็นจุดนัดพบของความคิดดีๆ

หรือทำให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ๆ ประมาณว่าอยากให้มันเป็นพื้นที่รวมตัวของคนเจ๋งๆ นั่นแหละ

เราว่าแค่มี food cart แนวคิดดีๆ กับอาหารอร่อยๆ ที่นี่ก็เจ๋งแล้วนะ

แล้วที่นี่ก็เป็นที่จัด event ด้วยนะ สามารถติดตามข่าวสารและพวกข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์เลยค่ะ http://commune246.com

×

tokyosaihang-5715

เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับคนที่ไม่เร่งรีบ เป็นวันว่างๆที่แพลนไม่แน่น

มานั่งละเลียดจิบเบียร์ชิมบรรยากาศ ในวันที่อากาศดีๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีอันหนึ่งเลย

×

howtogo_commune246

/ how to go /

นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่ Omotesando Subway Station

ออกประตู A4 ขึ้นมาที่สี่แยก Omotesando / Aoyama-dori

แล้วเลี้ยวขวา เดินมาเรื่อยๆจะเจอซอยเล็กๆด้านขวามือ เป็นทางเข้าของเวิ้ง Commune 246 นั่นเอง

จริงๆ วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับคนขี้เกียจและขี้หลงอย่างเราคือ

เปิด google map หลังจากขึ้นมาจาก subway ค่ะ 5555555

google maps : https://goo.gl/maps/kKsBBLAgSSm

×

(Tokyo) Cafe 1894

01_cafe1894-1168_cover

 

Cafe’ 1894

open :  ทุกวัน 11:00〜23:00

จะมีบางวันที่ปิดเร็วกว่าปกติในแต่ละเดือน สามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ของร้านเลยค่ะ

http://mimt.jp/english/cafe1894/#/hours

located : 2-6-1 Marunouchi,Chiyoda-ku,Tokyo Marunouchi Brick Square(Park Bldg.)

×

02_cafe1894-1151

ร้านนี้ได้รับการแนะนำจากเพื่อนชาวญี่ปุ่นมาอีกที เป็นคาเฟ่ที่แฝงตัวอยู่ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะชื่อดังอย่าง Mitsubishi Ichigokan (ถ้าใครสนใจสามารถเข้าไปเช็ค exhibition งานศิลปะได้ในเว็บไซต์เลยค่า http://mimt.jp/english/)

03_cafe1894-1175

05_cafe1894-1071

ที่ตั้งของร้านแต่ก่อนเป็นธนาคารเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1894 (เป็นที่มาของชื่อร้านนั่นเอง)

เราเลยจะเห็นกรอบหน้าต่างเล็กๆ ที่จะใช้กั้นระหว่างเจ้าหน้าที่ธนาคารและผู้ใช้บริการในธนาคารสมัยก่อน กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของตกแต่งร้านที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงลักษณะสถาปัตยกรรมภายในที่มีเพดานสูงและโคมไฟโบราณ ก็ส่งเสริมให้บรรยากาศดูหรูหราอลังการเข้าไปอีกสิบระดับ

ลองเงยหน้ามองขึ้นไปบนเพดานสิ งานดีเว่อ

06_cafe1894-1074

07_cafe1894-1075

08_cafe1894-1076

ไม่ใช่แค่งานตกแต่งร้านที่เนี๊ยบนิ้ง อาหารและขนมก็เช่นกัน รู้สึกได้ถึงความพิถีพิถันของกระบวนการทำ

มารยาทและการบริการของบริกรก็ดีระดับห้าดาว ดูเป็นร้านผู้ดี๊ผู้ดี ที่ทำให้ชนชั้นกลางอย่างเราตัวเกร็งไปอีก

13_cafe1894-1125

14_cafe1894-1144

×

10_cafe1894-1110

11_cafe1894-1116

12_cafe1894-1119

ขนมที่ทานวันนี้ เป็น recommend menu ในช่วง tea time ค่ะ

น้องคนนี้คือ fraisier cake นั่นเอง

เดิมทีที่ฝรั่งเศสเรียกเค้กที่ใช้สตรอเบอรี่ว่า fraisier cake

ทางร้านก็ได้เอาเค้กสไตล์ฝรั่งเศสนี้มาดัดแปลงให้แปลกใหม่โดยทำเป็นช็อตเค้กทรงกลม

โดยภายในมีทั้งมูสสตอเบอรี่และ bavarois (ลักษณะเป็นครีมเจลาตินเย็นๆ)

อธิบายไม่ค่อยถูก แนะนำให้ไปลองชิมเองนะ

ต้องรีบกินแล้วแหละ นางละลายได้

×

16_cafe1894-1170

ส่วนใหญ่คนจะนิยมไปเดิน Mitsubishi Ichigokan museum ก่อน

แล้วแวะมาทานอาหารกลางวันหรือขนมที่นี่ต่อ

โดย lunch time จะเป็นช่วง 11.00 – 14.00 น.

Tea time จะเป็นช่วงต่อจาก lunch คือ 14.00-17.00 น. (จะมีขนมและเครื่องดื่มเป็นหลัก)

ส่วน dinner จะเป็นช่วงตั้งแต่ 17.00 – 23.00 น. ค่า

15_cafe1894-1147

17_cafe1894-1162

×

18_cafe1894-1161_howtogo

HOW TO GO

เดินทางโดยรถไฟฟ้าสาย Keihintohoku line / Yamanote line / Yurakucho line

ลงสถานี Yurakucho station ออกประตู kyobashi

google map : 8Q7XMQH7+98 (เอา code นี้แปะลงไปในช่อง search ของ google map ได้เลยค่ะ)

(Tokyo) Rooftop Tokyu Plaza (Omote-sando)

tokyuplaza_cover

Rooftop Tokyu Plaza

location : Tokyu Plaza (Omote-sando)

open : 11 pm – 9 pm (แต่สตาร์บัคด้านบนจะเปิดตั้งแต่ 8.30 am – 11 pm)

×

รอบนี้มาเดินเล่นกันในสถานที่แบบ outdoor กันบ้าง

ที่ชั้นบนสุดของห้าง Tokyu Plaza จะมีพื้นที่เล็กๆให้เราได้ hang out

ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมของเหล่าคู่รักในการออกเดท และยังถูกใช้เป็นฉากหลังในซีรีย์ญี่ปุ่นมากมายหลายต่อหลายเรื่อง เช่น 5 ji kara 9-ji made : Watashi ni Koi Shita Obōsan

ที่สำคัญช่วงนี้กำลังมี event illumination บนชั้นดาดฟ้าพอดี ซึ่งจะจัดไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์

tokyuplaza-1185

tokyuplaza-1187

tokyuplaza-1203

tokyuplaza-1224

tokyuplaza-1259

อ้อ ด้านบนจะมีร้านกาแฟสตาร์บัคให้ได้นั่งชิล จิบกาแฟไป ดูไฟสวยๆไปด้วย

สำหรับสายเขียม สามารถซื้อเบนโตะหรือขนมไปนั่งกินตรงที่นั่งที่เขาจัดไว้ให้ก็ได้นะ

ถ้าใครไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงนี้พอดี ลองแวะไปดูกันได้

tokyuplaza-1299

tokyuplaza-1249

บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ เหมาะกับการไปเป็นคู่ (ไม่เหมาะกับการไปเป็นคี่เท่าไหร่)

นั่งซบกันแฟน เอาหัวไถไหล่สร้างความอบอุ่นแบบไม่ต้องง้อฮีทเทคกันเลย!

tokyuplaza-1266

tokyuplaza-1295

×

tokyuplaza_howtogo

HOW TO GO

เดินทางด้วยรถไฟฟ้าสาย Shiyoda line หรือ Fukutoshin line  →  ลงสถานี Meijijingu-Mae station

ออกจาก metro ทางออก 5 ขึ้นมาถึงเราจะอยู่หน้าห้าง LAFORET (Harajuku)

เพียงเราเดินข้ามทางม้าลายไปแล้วเลี้ยวซ้ายไปนิดนึงก็จะเจอลิฟท์ที่จะขึ้นไปชั้นดาดฟ้าของห้าง Tokyu Plaza (ชั้น6)